ประกันชีวิตและสุขภาพ

เพราะชีวิตไม่แน่นอนและทุกย่างก้าวมีความเสี่ยง จึงทำให้เรามองเห็นความจำเป็นของการประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลซึ่งเกิดจากการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยโดยไม่จำเป็นต้องไปเบียดเบียนเงินออมสำหรับการเกษียณ ถึงแม้ว่าเราเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ได้รับความคุ้มครองจากสวัสดิการหรือประกันกลุ่มของนายจ้างและจากการประกันตนกับสำนักงานประกันสังคมแล้วก็ตาม การที่เรามีกรมธรรม์ประกันชีวิตส่วนตัวไว้ด้วยนั้นก็เพื่อต่อยอดสวัสดิการให้ได้รับผลประโยชน์ที่ไม่สามารถเบิกจากสวัสดิการนายจ้างได้

การแข่งขันของตลาดประกันชีวิตกระตุ้นให้บริษัทประกันทำการวิจัยเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและประกันภัยที่ตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้มากที่สุด ส่งผลให้กรมธรรม์ประกันชีวิตในปัจจุบันจึงมีความหลากหลายเริ่มตั้งแต่แผนประกันชีวิตและอุบัติเหตุพื้นฐาน ท้อปอัพด้วยประกันสุขภาพเพิ่มเติมที่จะช่วยเติมเต็มค่ารักษาพยาบาลซึ่งมักจะสูงเกินกว่าสวัสดิการที่มีกันอยู่แล้ว แผนประกันสุขภาพบางประเภทนั้นทางบริษัทประกันยังจ่ายเงินเป็นค่าชดเชยรายวันต่อการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยที่เราต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลให้ด้วย หรือเงินค่าชดเชยนี้จะเพิ่มเป็นสองเท่าหากต้องนอนใน ไอ.ซี.ยู หรือโรงพยาบาลในต่างประเทศ ผลประโยชน์เช่นนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันชีวิตที่เราทำไว้กับบริษัทประกัน

กรมธรรม์ประกันชีวิตเป็นสัญญาผูกพันระยะยาว ดังนั้นเราจึงควรศึกษาและทำความเข้าใจเงื่อนไขการชำระเบี้ยประกันและการจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ให้ดีก่อนตัดสินใจ อย่ากลัวที่จะตั้งคำถามกับตัวแทนประกันหรือบริษัทโดยตรงเพราะเราจะต้องจ่ายเบี้ยประกันต่อเนื่องไปอีกนานซึ่งมีตั้งแต่ 8 ปี ไปจนถึง 60 ปี

ผู้เอาประกันที่มีวินัยทางการเงินและชำระเบี้ยประกันอย่างสม่ำเสมอย่อมพบว่าผลที่ได้รับจากการบริหารจัดการเงินออมเช่นนี้คือความคุ้มครองและผลตอบแทนที่คุ้มค่า